คิดแบบ Iron Man
“Tony Stark ไม่ได้หนีจากถ้ำด้วยเกราะ...แต่ด้วยวิธีคิด”
บทเรียนจาก Iron Man สู่คนธรรมดาที่อยากพัฒนาตัวเอง
.
ทุกวันนี้ เราอยู่ในยุคที่การพัฒนาตัวเอง กลายเป็นคำฮิต แค่เปิดมือถือ เราจะเจอคอนเทนต์แนะแนวจากทุกทิศ (จริงๆ นี่ก็เป็นอีกชิ้นนะ ถถถ แต่อย่าเพิ่งปิดๆ)
.
ต้องอ่านหนังสือ ต้องเข้าคอร์ส
.
ต้องเก่งเทคโนโลยีให้ทัน AI สร้างรูป สร้างวีดีโอ ทำ Automation
.
ต้องออกกำลังกาย ต้องวิ่งให้ถูกโซน ควรออกเวลาเช้า
.
ต้องกินดี เลี่ยง UPF กินคลีน IF คีโต ต้องสมดุล
.
.
แต่พอจะเริ่มจริง ๆ…กลับรู้สึก ท่วมท้น ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
.
ข่าวเศรษฐกิจก็ต้องตาม เรื่องดาราก็ไม่อยากพลาดสักเรื่อง (สทร = ใส่ใจทุกเรื่อง) คอนเสิร์ตก็ต้องไป บุฟเฟ่ต์ก็ต้องกิน
.
สุดท้าย…เลยหนีไปดู Netflix, เลื่อน TikTok, Facebook หรือทำงานให้หมดวันไปเฉย ๆ
=====
Iron Man ภาคแรก คือหนังที่ได้ชื่อว่าพลิกฟื้นจักรวาล Marvel หรือ MCU (Marvel Cinematic Universe)
.
Tony Stark (แสดงโดย Robert Downey Jr.) เจ้าของบริษัทอาวุธยักษ์ใหญ่ (Stark Industries) มีชื่อเสียงเรื่องความเป็นอัจฉริยะ และเทคโนโลยีขั้นสูง
.
ชีวิตมีแต่ปาร์ตี้ และความหยิ่ง (คนเลยบอกว่าตรงกับชีวิตของ Robert ช่วงนั้นมาก) และไม่เคยรู้เลยว่า “อาวุธที่เขาผลิต” ไปสร้างความเดือดร้อนแค่ไหนให้คนอื่นทั่วโลก
.
ระหว่างการนำเสนออาวุธใหม่ที่อัฟกานิสถาน (Jericho missile) ขบวนของเขาถูกโจมตีโดยกลุ่มผู้ก่อการร้าย Ten Rings
.
Tony บาดเจ็บหนักจากระเบิดของบริษัทตัวเอง เขาถูกจับ และฝังเศษโลหะไว้ใกล้หัวใจ
.
Ten Rings จับเขากับนักฟิสิกส์ Yinsen แล้วสั่งให้สร้างอาวุธให้
.
.
เมื่อได้สติ โจทย์ใหญ่ที่ Tony มีตอนนั้นก็คือ ‘จะรอดได้ยังไง?’
======
ถ้า Critical Thinking เป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดของมนุษย์ในยุค AI
.
คู่แฝดของมันก็คือ Analytical Thinking ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาทั้งมวลบนโลกใบนี้
.
Analytical Thinking หรือการคิดวิเคราะห์ คือการวิเคราะห์องค์ประกอบ แยกย่อยสิ่งต่างๆ
.
ถ้าโจทย์ใหญ่มันยากไป เช่น ทำไมชีวิตไม่มีความสุข? อยากจะมีความสุข ทำยังไงดี? รู้สึกต้องทำอะไรสักอย่างแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง?
.
คงจะดีกว่าการบอกหมอว่าป่วย แล้วเปลี่ยนเป็นบอกว่า ติดโควิด, ปวดท้อง, ปวดหัว เพื่อจะได้รักษาตรงอาการ
.
คงจะดีกว่าการรู้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี แล้วบอกได้ว่าตอนนี้การท่องเที่ยวเริ่มแย่ อสังหายังไม่ฟื้น การใช้จ่ายในประเทศหดตัว งบเบิกจ่ายรัฐบาลล่าช้า เพื่อจะได้ออกนโยบายให้ตรงจุด
.
แม้แต่ในชีวิตประจำวัน คงจะดีกว่าสั่งเกาเหลาแบบลืมบอก แล้วบอกให้ชัดว่าไม่เอาเลือด ไม่ใส่ผักโรย ไม่กินเครื่องใน เพื่อจะได้กินทุกอย่างแบบมีความสุข และไม่เหลือทิ้ง
.
สิ่งเหล่านี้คือ การใช้ Analytical Thinking แบบพื้นฐานทั้งสิ้น
======
ด้วยโจทย์ ‘ต้องรอด’ ทั้งที่โดนฝังเศษโลหะไว้ใกล้หัวใจ และถูกบังคับให้สร้างอาวุธของ Tony
.
ปัญหานี้แยกได้ 3 ส่วน คือ
1. จัดการเศษโลหะ
2. ทำให้คนร้ายรู้สึกว่า Tony ทำตามอยู่
3. สร้างอาวุธเพื่อเตรียมหนี และวิธีการหนี
.
เริ่มจากสร้าง Reactor เล็ก ติดกับอกเพื่อกันเศษโลหะไม่ให้เข้าไปในหัวใจ
.
แยกวัตถุดิบที่มีอยู่ แบ่งเป้าหมายเป็นส่วนๆ ตั้งแต่พลังงาน การเคลื่อนไหว การป้องกัน
.
แยกขั้นตอนเป็นส่วนที่ทำได้เลย และส่วนที่ต้องทดลอง
.
จนสุดท้าย Tony ก็ได้ชุดเกราะรุ่นแรก (Mark I) เพื่อหลบหนีสำเร็จ
.
แม้ Yinsen ต้องสละชีวิตเพื่อถ่วงเวลาให้ Tony หนีได้ แต่สุดท้ายก็บรรลุเป้าหมายคือ ‘Tony รอด’
.
(ต่อมากลายเป็น MCU ให้เราดูจน Avenger: End Game ที่ Tony เปลี่ยนจากพ่อค้าอาวุธที่ใช้ฆ่าคน
.
เป็นคนที่ยอมสละชีวิตตัวเองให้จักรวาล เพื่อบรรลุภารกิจสำคัญ 1 เดียวจาก 14 ล้านวิธี)
=====
ในชีวิตจริงก็เหมือนกัน
.
เราไม่ต้องรอให้พร้อมทุกอย่าง แค่เริ่มจากการ แยกปัญหาให้ชัด แล้วแก้ไปทีละชิ้น
.
อยากพัฒนาตัวเองแต่ไม่รู้เริ่มตรงไหน? ลองเขียนออกมาก่อนว่า “เก่งขึ้น” สำหรับเราคืออะไรแน่ - พูดดี? ทำงานไว? ไม่ผัดวัน? ใช้ AI เป็น?
.
เจองานใหญ่จนท้อ? ลองแบ่งงานเป็นส่วนย่อย เช่น ได้ 5 ขั้นตอน แล้วทำแค่ขั้นแรกก่อน
.
เงินเดือนไม่พอใช้? อย่าดูเป็นก้อนรวม ลองจำแนกว่าเดือนนึงเราจ่ายอะไร และตรงไหนตัดได้
.
Analytical Thinking ไม่ใช่เรื่องของอัจฉริยะ แต่เป็น “ทักษะเอาตัวรอด” ของทุกคน
.
การพัฒนาตัวเอง ไม่ได้เริ่มจากคำคม หรือคอร์สแพง ๆ แต่มันเริ่มจาก “การแยกให้ชัด แล้วค่อยลงมือ” การแก้ปัญหาก็เช่นกัน
.
(แน่นอนว่าทุกวันเราต้องมีปัญหา พนักงานถูกจ้างมาก็เพื่อแก้ปัญหา เจ้าของธุรกิจก็สร้างธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาให้ใครสักคนบนโลก)
.
คุณไม่ต้องเก่งเหมือน Iron Man แค่ “คิดแบบ Iron Man” ได้ ...ก็เริ่มเปลี่ยนชีวิตได้เลยตั้งแต่วันนี้