ใช้ AI แบบถูกต้อง ต้องมี 4 ดี ที่เอาไปใช้ได้ยาวๆ ไม่ล้าสมัยแน่นอน
ใช้ AI แบบถูกต้อง ต้องมี 4 ดี ที่เอาไปใช้ได้ยาวๆ ไม่ล้าสมัยแน่นอน
ช่วงเดือนนึงที่ผ่านมานอกจากจะตามโพสต์ AI ต่างๆ (ที่ตามไม่ค่อยทัน แต่ก็พยายาม จากผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน)
ก็เห็นโพสต์ที่มีบ่นเรื่องการใช้ AI ที่ไม่ค่อยโอเคกันบ้าง
ตั้งแต่วิทยากรที่เอา NotebookLM ขึ้นเป็นสไลด์สอน นักเขียนที่ใช้ AI เขียนทั้งเล่ม คนเขียนบทความออนไลน์โดยไม่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (ซึ่งไม่แน่ใจว่าบางเรื่อง อาจเป็นข้อสันนิษฐาน ไม่สามารถพิสูจน์ได้ 100%)
พร้อมคำแนะนำที่น่าสนใจจากหลายท่านว่าควรทำไงบ้าง
พอย้อนกลับมาดูตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมเน้นตัวเองเรื่อง Critical Thinking โดยตั้งสมมติฐานว่า AI อาจหลอนได้ (Hallucination)
จนไปเจอเนื้อหาที่ตอบคำถามว่า เราในฐานะคนใช้ทั่วไป จะใช้หลักการอะไรบ้างดี ให้ใช้ AI ได้ดีขึ้น?
คำตอบที่ผมเจอ และคิดว่าใช้ได้ยาวๆ ก็ตามหัวข้อเลย คือ ‘4ดี’
———
ผมเพิ่งเรียน AI Fluency จาก Anthropic ซึ่งคำว่า Fluency หมายถึงการใช้ AI ได้อย่างชำนาญ
(เหนือกว่า AI Literacy ที่หมายถึงพื้นฐาน => อาจคุ้นคำนี้จาก Financial Literacy)
อ่อ สำหรับคนไม่คุ้นชื่อ Anthropic เค้าคือผู้สร้าง Claude ที่กำลังเป็นกระแสจาก Claude Cowork และ Claude Code
โดยมีคอร์สฟรีให้เรียนหลายตัว และทำมาดีเลย (แต่บางรูปในบทเรียน อาจไม่อัพเดท ทำคนสับสนได้บ้างในบางคอร์ส) แปะลิ้งในคอมเม้น
เรียนจบ รู้เลยว่าหลักการดีแบบใช้ได้ยาวนาน ไม่ตกยุคแม้เวลาจะผ่านไป เลยอยากเอามาแชร์
แต่ก่อน spoil ใครอยากใช้พลังประมวลผลสมอง (ที่ยุค AI อาจพาให้เราใช้น้อยลงไปทุกวัน) ลองหยิบกระดาษมา
แล้วเขียนหลักการที่คิดว่าดีในการใช้ AI ก่อนอ่านต่อ เพื่อเทียบกันได้
——
ลองนึกภาพว่าเราคุมทีมน้องจบใหม่ไฟแรงทีมนึงในบริษัท
จากนั้นก็มีงานจากหัวหน้ามา 1 งานใหญ่ ที่ให้คนทำคนเดียวไม่ไหวดู
สิ่งที่เราต้องทำมีอะไรบ้างนะ?
ง่ายๆ เลยก็แค่
1. แบ่งงาน ว่าจะให้น้องทำส่วนไหน เราทำส่วนไหน (น้องทำรายละเอียด เราคุยกับหัวหน้าต่างแผนกให้)
2. อธิบายงาน ที่เราแบ่งให้น้อง ถ้าบอกผลลัพธ์ปลายททางที่ต้องการได้จะดี (เช่น ขอเป็น PowerPoint, ตาราง Excel, ส่งอีเมลมา ฯลฯ)
3. ตรวจงาน ให้ข้อเสนอแนะ เรียนรู้จากน้อง (อันไหนใช่ ไม่ใช่ หรือบางทีน้องเปิดโลกใหม่ให้เราก็มี)
4. นำส่งงานที่สมบูรณ์ (เราเป็นคนรับงานมา มีความรับผิดชอบเต็มต่อหัวหน้า)
——
ใช่แล้ว กับ AI เราก็ทำแบบเดียวกัน ซึ่ง Anthropic เรียกว่า 4Ds Framework
1. Delegation แบ่งงานก่อน อันไหนใช้น้อง ใช้คนไหนด้วยกรณีมีหลายคน (ชีวิตจริง ต้องดูทั้งความถนัด และต้นทุน)
2. Description อธิบายให้ละเอียด ยกตัวอย่าง บอกข้อห้ามได้ยิ่งดี
'ผัดกะเพราเนื้อสับ ใช้ใบกะเพราห้ามใช้ถั่วฝักยาว ไม่ใส่น้ำมัน น้ำตาลไม่เกิน 1 ช้อนชา น้ำปลา 1 ช้อนชา ไม่ใส่ผงชูรส ไข่ดาวเยิ้มๆ ที่ไข่ขาวกรอบ’
ย่อมดีกว่า ‘ขอผัดกะเพราไข่ดาว 1 จาน’
3. Discernment (ตรวจสอบ/พิจารณา) ศัพท์นี้อาจไม่คุ้น แต่ความหมายคือ ตรวจสอบงาน ว่าตรงตามสั่งมั๊ย และอย่างที่บอก บางครั้งเราได้มุมมองใหม่จากตรงนี้ด้วย เติมความรู้เข้าไปอีก (เช่น ให้วิเคราะห์ความเสี่ยงในสภาวะสงครามมา ปรากฎน้องให้บางข้อที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เช่น แก๊สฮีเลียม)
4. Diligence ข้อนี้สำคัญ คือรวมทั้งจริยธรรม ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ และใช้ในทางที่ปลอดภัย (ทั้งการเปิดเผยข้อมูลว่าใช้ ตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้อง ไม่หลอน เพราะสุดท้ายเค้าไม่ด่า AI หรอก เค้าด่าเรานี่หละ กับไม่เอาไปใช้เรื่องผิดกฎหมาย เช่น สอดส่องประชาชน หรือทำอาวุธอัตโนมัติ ตลอดจนปลอดภัยต่อองค์กร)
-----
โดยสรุป 4ดี
1. Delegation แบ่งงาน
2. Description อธิบายงานให้รู้เรื่อง
3. Discernment ตรวจสอบ แก้ไข เรียนรู้
4. Diligence เปิดเผย รับผิดชอบ ใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผมเชื่อว่าถ้าเรามี 4 ข้อนี้ นอกจากจะใช้ได้ยาวๆ แล้ว (ใช้ในการทำงานที่ไม่ใช่ AI ได้ด้วย)
เราจะยกระดับคุณภาพการใช้ AI ในสังคมขึ้นแน่นอน เริ่มจากคนกลุ่มเล็กๆ ไปจนกลุ่มใหญ่เลย