คุณอาจกำลังนอนหลับในห้องที่ “ฆ่าคุณช้าๆ” โดยไม่รู้ตัว
คุณอาจกำลังนอนหลับในห้องที่ “ฆ่าคุณช้าๆ” โดยไม่รู้ตัว
.
เรื่องนอนไม่ดี มีหลายสาเหตุ บางคนโทษแสง โทษเสียง โทษอุณหภูมิ
หรือฝุ่นในห้อง
.
บางคนโทษตัวเอง ว่าคงนอนกรน หรือเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ
.
บางคนเปลี่ยนที่นอน เปลี่ยนหมอน เปลี่ยนเครื่องนอนกันยกใหญ่
.
.
ตัวผมก็ทำมาหมด 555+ ทั้งทำให้ห้องมืด ปรับแอร์ให้เย็นพอดีๆ เครื่องฟอกอากาศพร้อม
.
เครื่อง CPAP ก็ใช้ตลอด (ตัวนี้ lifesaver เลย ไว้วันหลังเล่าให้ฟัง ใช้มา 12 ปีแล้ว คืนแรกที่ใช้จำได้ว่าไม่ได้นอนจน 6 โมงเช้า)
.
แต่สิ่งที่ผมเพิ่งรู้... คือมีอีกหนึ่ง “ภัยเงียบ” ที่เราไม่เคยนึกถึง
นั่นคือ “อากาศที่เราหายใจ” โดยเฉพาะระดับออกซิเจน และ CO2 (คาร์บอนไดออกไซด์)
.
.
ปกติแล้ว คาร์บอนไดออกไซด์ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมมันคือของเสียที่ร่างกายเราขับออกมาทุกครั้งที่หายใจ
.
แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า “เมื่อมันสะสมในห้องนอนที่ปิดทึบ”โดยเฉพาะห้องที่ไม่มีหน้าต่าง หรือเปิดแอร์ทั้งคืนแบบไม่ให้อากาศหมุนเวียน
.
ระดับ CO2 จะสูงขึ้นเรื่อยๆ และแย่งที่ออกซิเจนไปจากห้องโดยไม่รู้ตัว
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าระดับที่เกิน 1,000 ppm (parts per million ส่วนในล้านส่วน ถ้าเรียนเคมีอาจารย์อุ๊มาจะจำได้ดี) จะเริ่มทำให้
- สมองเราคิดช้า
- ง่วงแบบไม่สดชื่น
- นอนหลับไม่ลึก
- ตื่นมาแล้วงัวเงียเหมือนคนไม่ได้นอน
.
และเมื่อเกิน 2,000 ppm อันนี้คือวิกฤติแล้ว
.
โดยปกติ อากาศข้างนอกจะมี CO2 = 400 ppm
ส่วนในอาคาร ถ้าอากาศดีจะอยู่แถว 1,000 ppm และไม่ควรเกิน 1,200 ppm สุดๆ ไม่ควรเกิน 1,500 ppm
.
.
ผมเองก็ไม่รู้มาก่อน จนวันนึงลองซื้อ เครื่องวัด CO₂ มาไว้ที่ห้องนอนที่คอนโดดู
(ตอนนี้งอกมา 3 เครื่องแล้ว คือนอกคอนโดไว้ดู pm2.5 กับที่บ้านด้วย
ที่สำคัญ เจอเครื่องวัดปลอมไปเกือบ 6 เครื่อง คือไม่ปลอม pm2.5 ก็ปลอม CO2 เหอๆ)
.
.
บางคืนตัวเลขพุ่งไปถึง 2,500 ppm ก่อนตื่นนอน (แต่วันอื่นๆ ก็แถวๆ 2,000 ppm หละ) ตอนนั้นผมถึงเข้าใจว่า... ทำไมตื่นมาบางทียังรู้สึก “เหนื่อยอยู่” ทั้งที่คิดว่าก็นอนพอแล้ว CPAP ก็ใช้แล้ว
.
(เป็นความรู้: แอร์ที่เราใช้กันทุกวันนี้ ใช้อากาศในห้องหมุนเวียน ไม่ได้เติมอากาศจากนอกห้องนะ)
.
จากนั้นเลยเริ่มลองปรับกิจวัตร เปิดหน้าต่างเอาอากาศใหม่เข้ามาก่อนนอน
ตื่นเช้าก็เปิดหน้าต่าง และประตูเพื่อระบายอากาศ รวมถึงเปิดพัดลมดูดอากาศ
.
ตอนนี้กำลังดูการทำห้องเป็นความดันบวกที่คอนโด แต่ดูปัญหาเรื่องการเจาะผนัง และเสียงอยุ่
(ส่วนที่บ้าน ลองติดตั้งชุด DIY Xiaomi กับหน้าต่างแล้ว CO2 จะไม่เคยเกิน 1,000 ppm เลย)
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ หลักฮวงจุ้ยที่ผมเรียนมาก็สอดคล้องกันว่า “ห้องนอนต้องมีอากาศใหม่หมุนเวียนเข้ามาแทนอากาศเก่า” (ภาษาเทคนิคเรียก เอา ‘ชี่ดี’ มาแทนที่ ‘ชี่ไม่ดี’)
.
ฮวง = ลม และ จุ้ย = น้ำ 'พลังงานมาพร้อมลมและสะสมตัวที่น้ำ'
ศาสตร์โบราณกล่าวไว้คราวนี้วัดกันตามวิทยาศาสตร์เลย
.
ผมอยากแนะนำ (โดยเฉพาะชาวคอนโด เนื่องจากโอกาสเจอปัญหาสูงกว่า)
.
1. ลองไปซื้อเครื่องมาตรวจวัดดู (ชาวคอนโด ยิ่งเก็บเสียงดีเท่าไหร่ อากาศใหม่เข้าห้องยากเท่านั้น)
.
2. ถ้านึกอะไรไม่ออก ก็เปิดหน้าต่างเอาอากาศใหม่เข้ามาทุกเช้า หรือให้ดีก่อนนอนทำอีกสักที
.
ถ้าฤดู pm2.5 ผมยังแนะนำให้เปิดระยะเวลาสั้นๆ พอปิดแล้วรีบฟอกเอา pm2.5 ลง
.
3. วิธีแก้ปัญหาอีกแบบคือ ซื้อห้องที่ใหญ่ๆ ออกซิเจนในห้องก็จะเยอะ หรือติดตั้งเครื่องเติมอากาศ (ใช้เงินแก้ปัญหาซะ 55)
.
.
ห้องนอนที่ดูปลอดภัยที่สุด...อาจกำลังทำร้ายเราทุกคืน (อันนี้ก็เป็น Problem Solving Skills นะ หุหุ หาจุดที่เป็นปัญหาในชีวิต เพื่อจัดการกับมัน พัฒนาให้ดีขึ้น)
.
บางครั้งปัญหาสุขภาพก็ไม่ได้ซับซ้อนแค่เริ่มจาก “ลมหายใจ” ที่เรามองข้ามแบบไม่รู้ตัว